โครงการศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม
โครงสร้างและการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม
   
 

                       แนวความคิดเกี่ยวกับกระบวนการจัดการ (Process of Management) เป็นการวิเคราะห์ให้เห็นว่าผู้บริหารศูนย์มีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบ้าง มีงานอะไรจะต้องทำและควรจะทำอะไรก่อนหลัง นับเป็น สิ่งสำคัญยิ่งสำหรับผู้เกี่ยวข้องที่จะได้ยึดเป็นหลักในการปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจกล่าวได้ว่าหัวใจของกระบวนการจัดการ คือ หน้าที่ของการบริหาร (Function of the Executive) นั่นเอง จะเห็นได้ว่าบุคลากรทุกคน คือ ผู้ที่ผลักดันกิจกรรมภายในศูนย์การเรียนรู้ฯ ให้ดำเนินไปสู่เป้าหมายและให้งานประสบความสำเร็จ การจัดการเป็นเรื่องสลับซับซ้อนที่จำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจและใช้ศิลปะเพื่อให้บุคลากรปฏิบัติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งผู้ให้และผู้รับ ด้วยเหตุนี้ผู้บริหารศูนย์เรียนรู้จึงต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์รวมทั้งมีทักษะที่จำเป็น เพื่อการจัดการที่ดี
                      การบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ฯ มีความสำคัญต่อการดำเนินงานให้เกิดความยั่งยืน ในการกำหนดแนวทางให้ศูนย์การเรียนรู้ดำเนินไปตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต ด้วยการวางแผนการจัดการ การจัดการบุคลากร การสั่งงาน การกำกับควบคุม รายงาน จัดงบประมาณและติดตามผล ดังแสดงแผนภูมิภาพ ดังนี้



แผนภาพที่ 1  โครงสร้างการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้

   
  โครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม
   
 

                    การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ไปสู่ความยั่งยืน เป็นภารกิจร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะโรงเรียนเครือข่ายและคนในชุมชน อย่างไรก็ตาม บุคคลที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าส่วนอื่นๆ ก็คือ ผู้รับผิดชอบประจำศูนย์และหัวหน้าศูนย์ฯ ดังนั้นบุคคลดังกล่าวจะละเลยหรือไม่ปฏิบัติอย่างเต็มความสามารถตามศักยภาพของตน ก็ยากในการนำไปสู่ปัจจัยหลักของความสำเร็จหรือความยั่งยืนของศูนย์การเรียนรู้ได้

                    ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้
                          1. ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้ แต่งตั้งจากผู้อำนวยการโรงเรียน / สถานศึกษา มีหน้าที่ แต่งตั้งรองผู้อำนวยการศูนย์ คณะกรรมการที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหาร ตลอดจนกำหนดนโยบายภาพรวม ประสานงาน ให้คำปรึกษาและให้การสนับสนุนแก่คณะกรรมการบริหาร หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ฯ และฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
                          2. รองผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้ แต่งตั้งจากรองผู้อำนวยการโรงเรียน / สถานศึกษามีหน้าที่ รับมอบหมายหรือปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้
                          3. คณะกรรมการที่ปรึกษา มีหน้าที่ ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นที่เป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้แก่ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้ คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วย
                               3.1 ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน / สถานศึกษา
                               3.2 คณะกรรมการสถานศึกษา
                               3.3 ผู้ทรงคุณวุฒิในสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานด้านกระบวนการยุติธรรม
                               3.4 ผู้ทรงคุณวุฒิในสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสขภาพ
                               3.5 วิทยากรชุมชน
                               3.6 ผู้นำชุมชน อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำกลุ่มชุมชนต่าง ๆ ฯลฯ
                          4. คณะกรรมการบริหาร มีหน้าที่ คัดเลือกนักเรียนแกนนำโครงการภายในโรงเรียนที่มีคุณสมบัติในการเป็นหัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ โดยพิจารณาจากภาวะความเป็นผู้นำ ความรู้ความสามารถ และเสนอต่อผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้ ตลอดจนวางแผนควบคุมการปฎิบัติงาน และประเมินผลการปฏิบัติงานของศูนย์การเรียนรู้ เพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุงให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของศูนย์การเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประกอบด้วย
                               4.1 หัวหน้างานพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียน / สถานศึกษา
                               4.2 หัวหน้างานกิจการนักเรียนของโรงเรียน / สถานศึกษา
                               4.3 หัวหน้างงานฝ่ายวิชาการของโรงเรียน / สถานศึกษา
                               4.4 อาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการ
                               4.5 สภา / คณะกรรมการนักเรียน
                               4.6 นักเรียนแกนนำโครงการ
                          5. หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ แต่งตั้งจากนักเรียนแกนนำโครงการ มีหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมภาพรวมของศูนย์การเรียนรู้ และคัดเลือกหัวหน้าฝ่ายบริหาร ประชาสัมพันธ์ วิทยากร ประสานงาน และติดตามประเมินผล เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ของศูนย์การเรียนรู้

                          6. ภารกิจหลัก ในการดำเนินการ และการนำไปปฏิบัติภายในศูนย์ฯ อาจแบ่งเป็นด้านๆ ได้ดังนี้
                               6.1 ภารกิจด้านการบริหารจัดการ
                               6.2 ภารกิจด้านประชาสัมพันธ์
                               6.3 ภารกิจด้านการติดตามและประเมินผล
                               6.4 ภารกิจอื่นๆ

                    รายละเอียดในแต่ละด้านดังนี้
                          1. ภารกิจด้านการบริหารจัดการ เป็นภารกิจหลักและเป็นความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าศูนย์ฯ ที่จะต้องกำหนดแผนการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ภายใต้ความสอดคล้องกับศักยภาพและสภาพพื้นที่นั้นๆ โดยมีภาระงานที่ต้องดำเนินการโดยสังเขป ดังนี้
                               1.1 กำหนดแนวคิดและทิศทางในการบริหารจัดการศูนย์ฯ สู่การปฏิบัติที่เป็นจริง และสามารถวัดและประเมินผลได้
                               1.2 กำหนดโครงสร้างย่อยภายในศูนย์ฯ เป็นการกำหนดโครงสร้างย่อยภายในศูนย์ฯ ซึ่ง ทำให้หัวหน้าศูนย์ฯ สามารถรู้และเห็นถึงศักยภาพของตนและศูนย์ฯ รวมถึงเป็นแนวทางในการเปิดโอกาสให้ ผู้มาใช้บริการได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้วย และทั้งหมดนั้นจะนำไปสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนของศูนย์ฯ ตามความต้องการหรือเป้าหมายได้
                               1.3 จัดทำแผนงบประมาณ หัวหน้าศูนย์ฯ จะต้องจัดทำร่างแผนงบประมาณประจำปีเสนอต่อคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ โดยร่างแผนดังกล่าวครอบคลุมถึงกิจกรรมทั้งหมดที่พึงเกิดขึ้นในการดำเนินงานของศูนย์ฯ เช่น ค่าวัสดุอุปกรณ์สิ้นเปลือง หรือค่าจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ร่างแผนกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นควรเป็นแผนเชิงพัฒนาหรือแผนเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนศูนย์ฯ ภายใต้การนำของหัวหน้าศูนย์ฯ ให้ตอบสนอง ศูนย์ฯ เพื่อการเรียนรู้ ศูนย์ฯ เข้มแข็งและยั่งยืนฯ และศูนย์การเรียนรู้ร่วมกันในชุมชน อย่างไรก็ตามร่างแผนงบประมาณประจำปี หัวหน้าศูนย์ฯ พึงนำเสนอและปรึกษาในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ อย่างสม่ำเสมอ


                          2. ภารกิจด้านประชาสัมพันธ์ หัวหน้าศูนย์ฯพึงตระหนักเสมอว่า ตนเองกำลังทำงานบน ความท้าทายและความยากลำบาก จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรและศักยภาพที่มีอยู่มากที่สุด เพื่อให้การบริหารจัดการศูนย์ฯดำเนินไปตามเป้าหมาย การประชาสัมพันธ์ เป็นอีกงานหนึ่งซึ่งหัวหน้าศูนย์ฯ และผู้รับผิดชอบประจำศูนย์ฯ จะต้องให้ความสำคัญและสร้างดำเนินการให้โรงเรียนเครือข่ายและประชาชนในพื้นที่ ดังต่อไปนี้
                               2.1 ได้รับรู้ หมายถึง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียงได้รับทราบและรับรู้ว่ามีการจัดตั้งศูนย์ฯดังกล่าว และศูนย์ฯนี้มีประโยชน์อย่างไรต่อประชาชนในพื้นที่ เช่น ประกาศผ่านหอกระจายข่าว วิทยุ ชุมชน หนังสือเวียน แจ้งในที่ประชุม จัดทำป้าย สื่อบุคคล เป็นต้น
                               2.2 ได้เข้าถึง หมายถึง ประชาสัมพันธ์อย่างไรให้โรงเรียนเครือข่ายและประชาชนในพื้นที่ ได้เข้ามาติดต่อและใช้บริการของศูนย์ฯ
ตลอดจนได้เยี่ยมชมศูนย์ฯ เช่น จัดแนะนำเยี่ยมชม จัดกลุ่มย่อยๆ พูดคุยแลกเปลี่ยน เป็นต้น
                               2.3 ได้ประโยชน์ หมายถึง ประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงประโยชน์หรือสิ่งที่ประชาชนได้รับจาก การให้บริการของศูนย์ฯ รวมถึงส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียงเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา โดยการนำเสนอประโยชน์ในลักษณะที่เป็นรูปธรรมและนำเสนอผ่านการประชาสัมพันธ์ทั้งภาพและเสียง
อย่างไรก็ตามการประชาสัมพันธ์จะเป็นด้วยวิธีไหน รูปแบบใด หัวหน้าศูนย์ฯ ควรคำนึงถึงความเหมาะสมและสอดคล้อง โดยเฉพาะเน้นการประชาสัมพันธ์ ซึ่งผู้รับข้อมูล ข่าวสาร เหล่านั้น คือ นักเรียนในโรงเรียน โรงเรียนเครือข่าย และประชาชนในพื้นที่

                          3. ภารกิจด้านการติดตามและประเมินผล หัวหน้าศูนย์ฯ จำเป็นต้องติดตามและประเมินผลในทุกๆ ด้านเพื่อปรับปรุงและพัฒนาศูนย์ฯ ให้สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายมากที่สุด การติดตามและประเมินผลหัวหน้าศูนย์ฯ สามารถดำเนินการได้ทั้งก่อน ระหว่าง และหลัง การดำเนินงานหรือทำกิจกรรม เช่น ติดตามและประเมิน ด้วยการเปรียบเทียบ ก่อน ระหว่าง หลัง ทำกิจกรรม การสอบถาม การสังเกต การสัมภาษณ์ เหล่านี้คือเครื่องมือหรือวิธีการที่ให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาต่อ ๆ ไป

                          4. ภารกิจอื่นๆ แม้หัวหน้าศูนย์ฯ มีภาระความรับผิดชอบอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันอุดมการณ์ หรือความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งอาจเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล อาจมีหรือไม่มีก็ได้ หากแต่ยังคงเป็นความหวัง ความฝันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อยากให้เกิด หรือผลักดันให้มีขึ้นและเชื่อว่าอุดมการณ์และความคิดสร้างสรรค์เหล่านั้น จะเป็นสายใยเชื่อมร้อยสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ท้ายที่สุดแล้ว ความเข้มแข็งและยั่งยืนของศูนย์ฯ ก็จักเกิดขึ้นได้

   
  รูปแบบการจัดกิจกรรม
                            1. สร้างเครือข่ายในการดำเนินงานโดยการขยายผลการเรียนรู้ไปยังกลุ่มโรงเรียนเครือข่ายและกลุ่มชุมชนอื่นๆ ซึ่ง 1 ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบจะต้องดำเนินการขยายผลเผยแพร่กิจกรรมและองค์ความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสู่โรงเรียนเครือข่าย 5 แห่ง เพื่อให้เด็กและเยาวชน มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนัก และเห็นความสำคัญของการป้องกันและแก้ไขด้านอาชญากรรม ปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาด้านการไม่เคารพกฎหมายหรือการละเมิดสิทธิ์ ปัญหาด้านความขัดแย้งของผู้คนในสังคม และจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ มีกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการลด ละ เลิกบุหรี่
                          2. การมีส่วนร่วมสนับสนุนให้เครือข่ายในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม ตลอดจนกระตุ้นให้องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ประสบผลสำเร็จด้วยดี
                          3. การประสานงานให้เครือข่ายนำไปปฏิบัติจริง โดยกระตุ้นให้สมาชิกได้เรียนรู้ฝึกปฏิบัติสามารถนำไปใช้ได้จริงในการดำเนินชีวิต
                          4. การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศูนย์การเรียนรู้ ชุมชน และโรงเรียนเครือข่าย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านกิจกรรมที่ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านกระบวนการยุติธรรม กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง สามารถนำไปใช้พัฒนาการดำเนินงานได้
                          5. การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ เพื่อให้ทราบถึงผลดำเนินกิจกรรม สามารถนำผลที่ได้ไปใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนางานต่อไป ซึ่งการประเมินนี้ควรจะประเมินจากสภาพจริง โดยวิธีการประเมินผลที่สำคัญ ได้แก่ การสังเกต การบันทึกเหตุการณ์ในการถ่ายทอดหรือการเรียนการสอน การสอบถาม การสัมภาษณ์ การให้ทดลองปฏิบัติ รวมทั้ง การรวบรวมข้อมูลจากผลงานของ ผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดอีกด้วย

   
  ขั้นตอนการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้
   
                             ขั้นตอนที่ 1 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ ประชุมแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ของโรงเรียน เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในโรงเรียนเพื่อทบทวนอัตลักษณ์ จุดเด่น องค์ความรู้เดิมที่มีอยู่จากการเข้าร่วมโครงการเยาวชนพลยุติธรรมระยะก่อน นำมาพัฒนาและรวบรวมเป็นฐานความรู้ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
                           ขั้นตอนที่ 2 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ สำรวจปัญหาชุมชนเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของชุมชนได้อย่างตรงจุด และสำรวจปัญหาการสูบบุหรี่ของเด็กและเยาวชน รวมถึงบุคลากรในโรงเรียน และบูรณาการองค์ความรู้เข้าสู่หลักสูตรการเรียนการสอน และพัฒนากิจกรรมชุมชนที่ได้มีการจดบันทึกเป็นความรู้ประจำหมู่บ้านไว้แล้ว หรือการรับความรู้จากวิทยากรภายนอกชุมชนก็ได้ ในขั้นนี้ถือเป็นกิจกรรมทางเลือก
                           ขั้นตอนที่ 3 ศูนย์การเรียนรู้จะต้องจัดทำปฏิทินกิจกรรมการเรียนรู้ ในตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมแก่ผู้ที่เข้าใช้บริการศูนย์การเรียนรู้ ในส่วนความรู้ภายในโรงเรียนและชุมชน ควรให้วิทยากรแกนนำนักเรียนกำหนดตารางเวลาที่จะให้ความรู้ไว้ล่วงหน้า และในส่วนความรู้ที่จะเพิ่มเติมจากภายนอกก็ควรมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ และมีตารางเวลาชัดเจน แล้วให้คณะกรรมการฯ รวบรวมทำเป็นปฏิทินกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชนประกาศไว้ในศูนย์เรียนรู้ ชุมชนให้ทราบทั่วกัน
                           ขั้นตอนที่ 4 กำหนดระเบียบการให้บริการบุคคลภายนอกชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีความเป็นส่วนตัว และคนในชุมชนสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ รวมทั้งเพื่อให้การดำเนินธุรกิจของศูนย์เรียนรู้ชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คณะกรรมการฯ ควรกำหนดระเบียบการให้บริการบุคคลภายนอกไว้เป็น ลายลักษณ์อักษรว่าจะเปิดบริการการเรียนรู้สำหรับบุคคลภายนอกชุมชนในวันใด การขอเข้าอบรม หรือมาศึกษาดูงานจะต้องติดต่อประสานงานหรือดำเนินการอย่างไรบ้าง ผู้มาอบรมหรือมาศึกษาดูงานจะต้องประพฤติปฏิบัติอย่างไร
                           ขั้นตอนที่ 5 ศูนย์การเรียนรู้จะต้องมีการจัดการประชาสัมพันธ์ความเป็นมาและกิจกรรมต่างๆของศูนย์การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชุมชนและบุคคลที่สนใจทั่วไปได้ทราบถึงรายละเอียดของการเข้าใช้บริการศูนย์การเรียนรู้ กำหนดให้ศูนย์การเรียนจะต้องจัดกิจกรรมที่สร้างการมีส่วนร่วมของโรงเรียนและชุมชนใกล้เคียง อย่างน้อยสัปดาห์ 1 ครั้ง โดยมีวิทยากรจากนักเรียนแกนนำโครงการ วิทยากรชุมชน และวิทยากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ภายในศูนย์การเรียนรู้ โดยอาจบูรณาการกิจกรรมกรรมเข้ากับชมรม หรือกิจกรรมที่โรงเรียนได้ดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว เป็นการช่วยต่อยอดและ สร้างความยั่งยืนของกิจกรรมในอนาคต
                           ขั้นตอนที่ 6 ศูนย์การเรียนรู้จะต้องเชื่อมโยงเครือข่ายกับศูนย์การเรียนรู้ฯ อื่น ในระดับ ชุมชน ตำบล อำเภอ หรือจังหวัด เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างศูนย์การเรียนรู้ในแต่ละชุมชน และมีการประสานงานกับเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อให้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมภายนอกศูนย์การเรียนรู้ ซึ่งจะก่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทรัพยากรในการพัฒนาการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้ได้ต่อไป
                           ขั้นตอนที่ 7 ศูนย์การเรียนรู้จะต้องขยายผลการดำเนินกิจกรรมสู่โรงเรียนเครือข่ายใกล้เคียง กำหนดให้ 1 ศูนย์การเรียนรู้จะต้องขยายผลสู่ 5 โรงเรียนเครือข่าย และมีการจัดการศึกษาดูงาน โดยกำหนดให้ศูนย์การเรียนรู้จะต้องนำโรงเรียนเครือข่ายเข้าร่วมศึกษาดูงานภายในศูยน์การเรียนรู้อย่างน้อย 1 ครั้ง
                           ขั้นตอนที่ 8 โรงเรียนที่เป็นเครือข่ายของศูนย์การเรียนรู้จะต้องเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ในการศึกษาดูงาน ในโรงเรียนของตน โดยศูนย์การเรียนรู้จะต้องให้การสนับสนุนองค์ความรู้ วิทยากร ในการจัดอบรม หรือการบรรยาย ให้แก่โรงเรียนเครือข่าย
                           ขั้นตอนที่ 9 ศูนย์การเรียนรู้จะต้องจัดทำรายงานการประเมินผลการจัดกิจกรรมเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อรายงานผลการดำเนินงานให้ผู้อำนวยการศูนย์ได้รับทราบ และจะต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้าของศูนย์การเรียนรู้ส่งให้คณะทำงานโครงการเยาวชนพลยุติธรรมส่วนกลาง ตามแผนการดำเนินงานโครงการที่กำหนดไว้

 
 


โครงการเยาวชนพลยุติธรรม
457/33 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย 10700
โทร.0-2412-3284 , 0-1826-3932 โทรสาร 0-2864-9328
www.powerjustice.com E-mail : powerjustice.com@gmail.com , sinloyma@gmail.com
ติดต่อ webmaster : suphan_tun@hotmail.com