โครงการศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม
แผนการดำเนินงานของโครงการ
 

                ช่วงที่ 1 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม
                                                     ในขั้นตอนดังกล่าวนี้ คณะผู้ดำเนินกิจกรรมจะดำเนินกิจกรรมหลัก ดังนี้

                                                      1. คัดเลือกโรงเรียนที่มีศักยภาพในการเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ จำนวน 16 แห่ง เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม โดยแบ่งเป็น 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยคัดเลือกจากโรงเรียนที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ โดยพิจารณาจากกิจกรรมดีเด่นที่ผ่านมาของโรงเรียนต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม การสนับสนุนจากผู้บริหาร และพิจารณาถึงความสามารถด้านสภาพแวดล้อมและบริบทของโรงเรียน เกณฑ์ในการคัดเลือกโรงเรียนเป็นศูนย์เรียนรู้ โครงการฯ ได้กำหนดเกณฑ์ดังนี้

                                                          เกณฑ์ที่ 1 เป็นโรงเรียนขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่สำหรับจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำเนินงาน เช่น มีโรงเรียนเครือข่ายหลายแห่ง หรือมีชุมชนในพื้นที่บริเวณรอบโรงเรียน
                                                          เกณฑ์ที่ 2 ผู้บริหารโรงเรียนให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมโครงการศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรมเป็นอย่างดี
                                                          เกณฑ์ที่ 3 ครูและนักเรียนแกนนำมีความพร้อมในการเป็นวิทยากรกระบวนการ เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับโรงเรียนเครือข่ายและชุมชน
                                                          เกณฑ์ที่ 4 โรงเรียนมีการดำเนินกิจกรรมโครงการเยาวชนพลยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น การสร้างความสมานฉันท์ในโรงเรียน การป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในโรงเรียน เช่น ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด ปัญหาการดื่มสุรา และปัญหาการสูบบุหรี่ของนักเรียน ที่ตรงกับสถานการณ์และสาเหตุของปัญหา
                                                          เกณฑ์ที่ 5 มีการบูรณาการความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในโรงเรียน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน และการสร้างเสริมสุขภาพเข้าไว้ในหลักสูตร แผนการดำเนินงาน หรือนโยบายของโรงเรียน
                                                          เกณฑ์ที่ 6 มีสภานักเรียนหรือชมรมเยาวชนพลยุติธรรมที่มีความเข้มแข็ง และมีกิจกรรมที่ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
                                                          เกณฑ์ที่ 7 มีการสร้างเครือข่ายในโรงเรียนพื้นที่ใกล้เคียง และมีการจัดกิจกรรมที่มีเยาวชน เข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก
                                                          เกณฑ์ที่ 8 ได้รับรางวัลต่าง ๆ ที่แสดงถึงความเข้มแข็งของโรงเรียนหลายรางวัล เช่น ได้รับเกียรติบัตร หรือโล่รางวัลต่าง ๆ


                                                          คณะทำงานโครงการเยาวชนพลยุติธรรม ได้ประชุมหารือร่วมกัน เพื่อคัดเลือกโรงเรียนในโครงการเยาวชนพลยุติธรรมที่ผ่านเกณฑ์การประเมินตามเกณฑ์ที่ 1-8 และทำการวิเคราะห์ต้นทุนเดิมของแต่ละศูนย์ว่ามีต้นทุนเดิมอย่างไรบ้าง เพื่อคัดเลือกให้เป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม (เอกสารดังแสดงในภาคผนวก) โรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกในแต่ละภูมิภาค ดังแสดงรายชื่อต่อไปนี้
                                                          กรุงเทพมหานครและภาคกลาง ได้แก่
                                                              1) โรงเรียนพรหมานุสรณ์ จังหวัดเพชรบุรี
                                                              2) โรงเรียนทีปังกรณ์วิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ฯ
                                                              3) โรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา กรุงเทพมหานคร
                                                              4) โรงเรียนทวีธาภิเศก กรุงเทพมหานคร
                                                          ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่
                                                              1) โรงเรียนอนุกูลนารี จังหวัดกาฬสินธุ์
                                                              2) โรงเรียนหนองขอนวิทยา จังหวัดอุบลราชธานี
                                                              3) โรงเรียนนารีนุกูล 2 จังหวัดอุบลราชธานี
                                                              4) โรงเรียนบ้านชำแจงแมง จังหวัดศรีสะเกษ
                                                          ภาคเหนือ ได้แก่
                                                              1) โรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่
                                                              2) โรงเรียนวิไลเกียรติอุปถัมภ์ จังหวัดแพร่
                                                              3) โรงเรียนสามเงาวิทยาคม จังหวัดตาก
                                                              4) โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ จังหวัดลำพูน
                                                              5) โรงเรียนวิชชานารี จังหวัดลำปาง
                                                          ภาคใต้ ได้แก่
                                                              1) โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา
                                                              2) โรงเรียนปากน้ำชุมพร จังหวัดชุมพร
                                                              3) โรงเรียนศาสนูปถัมภ์ จังหวัดปัตตานี

                                                      2. แต่งตั้งคณะกรรมการประจำภูมิภาค เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและให้ความรู้ในการดำเนินกิจกรรม ในการแต่งตั้งดังกล่าว คณะกรรมการประจำภูมิภาค จะมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเป็นเครือข่ายโครงการเยาวชนพลยุติธรรมตั้งแต่ระยะที่ 1 จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานยุติธรรมจังหวัด สำนักงานบังคับคดี ศาล สำนักงานอัยการ สำนักงานคุมประพฤติ สำนักงานยุติธรรมจังหวัด องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สถานีตำรวจ มหาวิทยาลัย เป็นต้น

                                                      3. จัดทำคู่มือการดำเนินกิจกรรม เพื่อให้เด็กนักเรียนครู และเครือข่ายชุมชนได้นำไปเป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมตลอดโครงการ ซึ่งในคู่มือจะประกอบไปด้วย ขั้นตอน วิธีการดำเนินงาน ระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรม สิ่งที่โรงเรียนและเครือข่ายชุมชนจะต้องดำเนินการและจัดส่งเอกสาร รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดทำบัญชี และหลักสูตรการให้ความรู้ต่างๆ พร้อมทั้ง CD การดำเนินงานตามโครงการ

                                                      4. จัดปฐมนิเทศ เพื่อชี้แจงการดำเนินกิจกรรมตามโครงการให้กับโรงเรียนทั้ง 16 แห่ง และมอบทุนสนับสนุน โรงเรียนๆ ละ 200,000 บาท โดยแบ่งการเบิกจ่ายงบประมาณในการดำเนินกิจกรรมของโรงเรียนออกเป็น 4 งวด สำหรับการแบ่งจ่ายงวดที่ 1 ครั้งนี้ โรงเรียนจะได้รับทุนสนับสนุนกิจกรรมโรงเรียนละ 40,000 บาท ซึ่งใน งวดนี้ โรงเรียนที่จะพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ควรจะมีการจัดทำแผนปฏิบัติการ และคู่มือศูนย์การเรียนรู้ของตนเอง มีการวิเคราะห์ทุนและวางแผนการทำงานของศูนย์เรียนรู้และการทำฐานการเรียนรู้ของศูนย์ฯ และการหาเครือข่ายเพื่อ ร่วมเรียนรู้

                                                      5. การทบทวนองค์ความรู้แก่นักเรียนแกนนำในโรงเรียนทั้ง 16 แห่ง โดยโรงเรียนทั้ง 16 แห่ง จะต้องส่งนักเรียนแกนนำโรงเรียนละ 8 คน ผู้บริหารและครูแกนนำโรงเรียนละ 2 คน เข้าร่วมเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน หลักสูตรการทบทวนองค์ความรู้ 3 หลักสูตร ได้แก่
                                                            1) หลักสูตรทบทวนความรู้ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
                                                            2) หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพวิทยากรกระบวนการ
                                                            3) หลักสูตรการสร้างเครือข่ายและการจัดการศูนย์เรียนรู้/การสร้างฐานการเรียนรู้
                                                            โดยโรงเรียนทั้ง 16 แห่งต้องพัฒนาศักยภาพเพื่อการเป็นศูนย์การเรียนรู้ ทั้งนี้จัดให้มีมาตราฐานขั้นพื้นฐาน 3 ด้านหลัก ได้แก่

                                          ตารางที่ 1 มาตรฐาน / ตัวบ่งชี้ ศูนย์การเรียนรู้เยาวชนพลยุติธรรม

มาตรฐาน /  ตัวบ่งชี้

1. มาตรฐานด้านบุคลากร (ผู้บริหารสถานศึกษา และครูแกนนำ มี 4 มาตรฐาน 5 ตัวบ่งชี้)

มาตรฐานที่ 1     ผู้บริหารสถานศึกษา มีความพร้อม มีภาวะผู้นำ เคยมีประสบการณ์ และความสามารถการบริหารจัดการโครงการเยาวชนพลยุติธรรม

ตัวบ่งชี้ 1.1

มีการจัดทำแผน และการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรมในแผนการดำเนินงานของโรงเรียน

มาตรฐานที่ 2      ครูแกนนำของศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม มีความรู้ความสามารถตรงกับงานที่รับผิดชอบ และมีการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ

ตัวบ่งชี้ 2.1

มีการจัดอบรมความรู้เพิ่มเติม การศึกษาดูงาน การจัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม

ตัวบ่งชี้ 2.2

มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริหารสถานศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน

มาตรฐานที่ 3     ครูแกนนำของศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรมมีความสามารถจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนแกนนำเป็นสำคัญ

ตัวบ่งชี้ 3.1

ความสามารถในการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นนักเรียน    แกนนำเป็นสำคัญ

มาตรฐานที่ 4     ผู้บริหารสถานศึกษา และครูแกนนำของศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรมมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง และชุมชน

ตัวบ่งชี้ 4.1

ผู้ปกครองและชุมชนในพื้นที่ตั้งของศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรมมีความพึงพอใจต่อคุณภาพ และพฤติกรรมของนักเรียนแกนนำ

2. มาตรฐานด้านศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม ( มี 1 มาตรฐาน 2 ตัวบ่งชี้)

มาตรฐานที่ 5     ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม มีการจัดหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับโรงเรียนเครือข่ายและชุมชน

ตัวบ่งชี้ 5.1

ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรมมีการดำเนินกิจกรรมโครงการเยาวชนพลยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น การสร้างความสมานฉันท์ในโรงเรียน การป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในโรงเรียนที่ตรงกับสถานการณ์และสาเหตุของปัญหา  เช่น  ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด  ปัญหาการดื่มสุรา  และดำเนินกิจกรรมที่ทำให้เกิดการลด ละ เลิกการสูบบุหรี่           ในโรงเรียน

ตัวบ่งชี้ 5.2

ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรมมีการบูรณาการความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในโรงเรียน  กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน  และการสร้างเสริมสุขภาพเข้าไว้ในหลักสูตร   แผนการดำเนินงาน  หรือนโยบายของโรงเรียน เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับโรงเรียนเครือข่ายและชุมชน

3. มาตรฐานด้านนักเรียน ( มี 2 มาตรฐาน 3 ตัวบ่งชี้)

มาตรฐานที่ 6     นักเรียนแกนนำมีความพร้อมในการเป็นวิทยากรกระบวนการ เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับโรงเรียนเครือข่ายและชุมชน

ตัวบ่งชี้ 6.1

ความรู้ ความเข้าใจ การวิเคราะห์ปัญหาที่ได้จากการสำรวจข้อมูลปัญหาการสูบบุหรี่ของนักเรียนในโรงเรียน บริบทโรงเรียนและชุมชน นำมาป้องกันและแก้ไขปัญหา  โดยแบ่งตามประเด็นหลักของบริบทชุมชน

  1. บริบทด้านสุขภาพกายและจิต
  2. บริบทด้านความเป็นพลเมือง
  3. บริบทความรู้ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
  4. บริบทด้านความสมานฉันท์
  5. จัดสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนให้ปลอดจากบุหรี่

มาตรฐานที่ 7     นักเรียนแกนนำเป็นสมาชิกของสภานักเรียนหรือชมรมเยาวชนพลยุติธรรมที่มีความเข้มแข็ง  และมีกิจกรรมที่ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

ตัวบ่งชี้ 7.1

นักเรียนแกนนำส่วนหนึ่งเป็นสมาชิกสภานักเรียนหรือชมรมเยาวชนพลยุติธรรม

ตัวบ่งชี้ 7.2

นักเรียนแกนนำ มีกิจกรรมเพิ่มพูนความรู้โดยการเข้ารับการอบรมความรู้ การศึกษาดูงาน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

                                                      6. โรงเรียนศึกษาข้อมูล และสามารถนำการวิเคราะห์ปัญหาที่ได้จากการสำรวจข้อมูลบริบทของโรงเรียนและชุมชน นำมาป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยแบ่งประเด็นหลักของบริบทชุมชน ดังนี้
                                                             1. บริบทด้านสุขภาพกายและจิต
                                                             2. บริบทด้านความเป็นพลเมือง
                                                             3. บริบทความรู้ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
                                                             4. บริบทด้านความสมานฉันท์
                                                             5. จัดสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนให้ปลอดจากบุหรี่
                                                             ทั้งนี้ การสำรวจบริบทดังกล่าวข้างต้น เพื่อการสร้างโรงเรียนให้มีความสามารถเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ชัดเจนและเข้มแข็ง (โดยครั้งแรกกำหนดเดือน กรกฎาคม ทำสัญญาแล้วรับเงิน 1 งวด เพื่อสำรวจบริบท)

                                                      7. โรงเรียนสามารถนำเสนอแผนงานของโรงเรียน ความชัดเจนและเข้มแข็งของศูนย์การเรียนรู้ ภายในโรงเรียนทั้ง 16 แห่ง โดยกำหนดให้ผู้บริหารและครูแกนนำโรงเรียนละ 2 คน พร้อมทั้งนักเรียนแกนนำโรงเรียนละ 5 คน เข้าร่วมการนำเสนอแผนงานของโรงเรียน เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน พร้อมรับเงินงวด 2 จำนวน 100,000 บาท เพื่อการดำเนินกิจกรรมตามแผนงานที่ได้นำเสนอ (กำหนดเดือน กันยายน)

                  ช่วงที่ 2  ดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน
                                                      มีขั้นตอนหลักในการดำเนินโครงการ ดังนี้
                                                      1. โรงเรียนประสานให้เกิดเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกับโรงเรียน และชุมชนอื่นๆ ในเครือข่ายเดียวกัน เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน นำไปสู่เป้าหมายของการป้องกัน แก้ไขและส่งเสริมบริบทโรงเรียนและชุมชนด้านการป้องกันอาชญากรรม การส่งเสริมสุขภาพ สิทธิและหน้าที่ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ การให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย การเสริมสร้างความสมานฉันท์ และจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ และการดำเนินกิจกรรมในการสนับสนุนให้เกิดการลด ละ เลิกบุหรี่ในศูนย์ต้นแบบและโรงเรียนเครือข่าย ตลอดจนพัฒนาศูนย์เรียนรู้ วางแผนการทำงานของศูนย์เรียนรู้ การจัดทำฐานเรียนรู้ของโรงเรียนได้
                                                      2. นักเรียนแกนนำดำเนินกิจกรรมในศูนย์การเรียนรู้และชุมชน ตามกำหนดการของแผนงาน กิจกรรมและนโยบายในการดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริม ป้องกันและแก้ไขปัญหาใน 5 ด้าน เมื่อโรงเรียนและเครือข่ายชุมชนได้รับเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมจากโครงการแล้ว จึงทำการกำหนดแผนงานร่วมกันกับชุมชน โดยมีคณะกรรมการประจำภูมิภาคเข้าร่วมประชุม เพื่ออธิบายและให้คำปรึกษาในการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยให้นักเรียนจัดโครงการหรือกิจกรรมที่เป็นการเสริมพลังทั้ง 3 หลักสูตร ภายในโรงเรียน โดยมีขอบเขตการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ดังนี้
                                                             (1) สร้างกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับหลักสูตรทั้ง 5 ด้าน
                                                             (2) ประสานงานเพื่อให้เกิดการขยายเครือข่ายกิจกรรมของโครงการ ฯ สู่สถานศึกษาอื่น
                                                             (3) นำกิจกรรมไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน
                                                             (4) ประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ต้นแบบทั้ง 16 แห่ง
                                                             (5) นำเสนอกิจกรรม
                                                      3.โรงเรียนเครือข่ายศึกษาดูงานภายในศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม
เพื่อแลกเปลี่ยนกระบวนการทำงาน นวัตกรรมที่สามารถนำไปปรับใช้หรือต่อยอดภายในโรงเรียนเครือข่าย เพื่อให้เกิดเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบและโรงเรียนเครือข่ายในการประสานความร่วมมือในการป้องกัน แก้ไขและส่งเสริมบริบทโรงเรียนและชุมชนด้านการป้องกันอาชญากรรม
การส่งเสริมสุขภาพ สิทธิและหน้าที่ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ การให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย
การเสริมสร้างความสมานฉันท์ และจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่
                                                      4. โรงเรียนที่เป็นศูนย์เรียนรู้มีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศูนย์เรียนรู้ทั้ง 4 ภูมิภาค โดยสามารถประสานกันเป็นการภายใน เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในภาคเดียวกัน หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ข้ามภาค ทั้งนี้ต้องมีการแจ้งคณะผู้ดำเนินกิจกรรมทุกครั้ง เพื่อทราบความก้าวหน้า และต้องถอดบทเรียนเกี่ยวกับสภาพปัญหาทั้ง 4 ด้าน รวมทั้งด้านการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ และการดำเนินกิจกรรมในการสนับสนุนให้เกิดการลด ละ เลิกการสูบบุหรี่บุหรี่ในศูนย์ต้นแบบและโรงเรียนเครือข่าย และคัดเลือกนวัตกรรมที่เหมาะสมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว
                                                      5. คณะกรรมการนิเทศกิจกรรมการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม หลังจากโรงเรียนดำเนินงานภายในศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม ศึกษาดูงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศูนย์เรียนรู้ทั้ง 4 ภูมิภาคแล้ว คณะกรรมการนิเทศประจำภูมิภาคจะทำการตรวจเยี่ยมและประเมินผลการดำเนินงานในศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม ตามมาตรฐานขั้นพื้นฐาน เพื่อให้คำปรึกษาและให้คะแนนการดำเนินงานตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ฯ กำหนดไว้ ทั้งนี้โรงเรียนที่สามารถผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นพื้นฐานจะได้รับมอบทุนสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม งวดที่ 3 โรงเรียนละ 40,000 บาท เพื่อนำไปดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
                                                      หลังจากดำเนินกิจกรรมไปได้ระยะหนึ่งแล้ว โรงเรียนจะต้องส่งรายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 โดยจะต้องมีเนื้อหารายละเอียดการดำเนินงาน พร้อมทั้งรูปภาพ และแผ่น CD มอบให้กับโครงการ

                  ช่วงที่ 3  จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม
                                                      มีขั้นตอนหลักในการดำเนินโครงการ ดังนี้
                                                      1. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบเยาวชนพลยุติธรรม จัดขึ้นในแต่ละภูมิภาคโดยเลือกจังหวัดที่มีความสะดวกในการเดินทางของโรงเรียน โดยจัดทั้ง 4 ภูมิภาค เป็นเวลา 1 วัน เพื่อให้โรงเรียนได้นำเสนอกิจกรรมที่ผ่านมา และถอดบทเรียนเกี่ยวกับสภาพปัญหาทั้ง 4 ด้าน รวมทั้งด้านการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ และการดำเนินกิจกรรมในการสนับสนุนให้เกิดการ ลด ละ เลิกบุหรี่ในศูนย์ต้นแบบและโรงเรียนเครือข่าย และคัดเลือกนวัตกรรมที่เหมาะสมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยโรงเรียนจะต้องนำผลการสำรวจดังกล่าวมาอภิปรายหาข้อสรุปว่าโรงเรียนและเครือข่ายชุมชนใดมีปัญหา อุปสรรค จุดแข็ง จุดอ่อน ในเรื่องใดบ้าง และควรปรับปรุง เพิ่มเติม และส่งเสริมในประเด็นใดบ้างทั้ง 5 ประเด็น และนำกิจกรรมดีเด่นที่โครงการมีอยู่แล้วไปเป็นแบบอย่างในการแก้ไขปัญหา ซึ่งโรงเรียนและชุมชนจะต้องนำกิจกรรมดังกล่าวไปเป็นนวัตกรรมเพื่อใช้ในการรณรงค์ ป้องกัน แก้ไขและส่งเสริมบริบททั้ง 5 ด้านผ่านกิจกรรมร่วมกัน
ในการจัดเวทีดังกล่าวจะมีคณะกรรมการโครงการดำเนินการจดบันทึก สังเกตการณ์และ ทำการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายเพื่อดำเนินการถอดบทเรียนการดำเนินกิจกรรม
                                                      2. จัดสัมมนาเพื่อนำเสนอกิจกรรมและผลที่รับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ โรงเรียนต้นแบบ โรงเรียนเครือข่าย เข้าร่วมสัมมนาและนำเสนอผลสำเร็จในการดำเนินกิจกรรม
                                                      3. จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ และคู่มือการถอดบทเรียนการดำเนินกิจกรรมโครงการ เมื่อสิ้นสุดการดำเนินงานแล้ว                                       คณะผู้ดำเนินงานโครงการจะจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์และคู่มือการถอดบทเรียนการดำเนินกิจกรรม 2 เล่มต้นฉบับ และทำการจัดพิมพ์เพิ่มเติมชุดละ 100 เล่ม เพื่อส่งให้กับศูนย์การเรียนรู้ทั้ง 16 แห่ง โรงเรียนเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งส่งมอบให้กับ สสส. ต่อไป

 
 


โครงการเยาวชนพลยุติธรรม
457/33 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย 10700
โทร.0-2412-3284 , 0-1826-3932 โทรสาร 0-2864-9328
www.powerjustice.com E-mail : powerjustice.com@gmail.com , sinloyma@gmail.com
ติดต่อ webmaster : suphan_tun@hotmail.com