ประวัติความเป็นมาของโครงการฯ

ความเป็นมาของโครงการฯ

           ความยุติธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตนับเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีความ
สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศให้มีความสงบสุข เรียบร้อย ยั่งยืนและมั่นคง
ทั้งด้านเศรษฐกิจ  สังคม การเมืองและการปกครองประเทศใดๆ  ที่มีปัญหา
เรื่องความไม่เป็นธรรมและการทุจริตคอร์รัปชันย่อมจะไม่สามารถพัฒนา
ประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้ทัดเทียมอารยประเทศต่างๆ   

           ปัจจุบันสังคมไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่
เปลี่ยนแปลงไปในทุกด้านทั้งในเชิงบวกและเชิงลบที่นำไปสู่การเอารัด
เอาเปรียบและความไม่รับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม  และก่อให้เกิดปัญหา
ต่างๆ   โดยเฉพาะปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน   ปัญหาความไม่เป็นธรรมและ
ความไม่ยุติธรรมต่าง ๆ ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงและแพร่ขยายเข้าสู่สังคมไทย
มากขึ้นจนเป็นปัญหาสำคัญของชาติอยู่ในขณะนี้
          
                     อย่างไรก็ดี แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบาย แนวทาง มาตรการและกลไกต่าง ๆ เพื่อสร้างความเป็นธรรม ความยุติธรรมและ การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทั้งปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งองค์กรอิสระในการดำเนินงานพัฒนากระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดรัดกุมและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ของสังคม  แต่แนวทางมาตรการและกลไกต่างๆ  ดังกล่าว    อาจไม่สามารถป้องกันและแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน  เนื่องจากส่วนใหญ่ เป็นการดำเนินงานในเชิงรับที่มุ่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว   และมีภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
                    ดังนั้น  จึงควรให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ปัญหาเรื่องความไม่เป็นธรรม  ความไม่ยุติธรรมและการทุจริตคอร์รัปชัน ในลักษณะเชิงรุกควบคู่กันไป   โดยมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์และการเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ให้เด็กและเยาวชนเพื่อให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องทั้งด้านกฎหมาย ขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม สิทธิหน้าที่ที่พึงกระทำต่อสังคมและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะเป็นการปลูกฝังจิตสำนึก ค่านิยมและทัศนคติที่ถูกต้อง รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากกลุ่มเด็กและเยาวชนแล้วค่อย ๆ ขยายเข้าสู่สังคมในวงกว้าง

                    สำนักงานกิจการยุติธรรม  กระทรวงยุติธรรม  ในฐานะองค์กรที่มีภารกิจหลักในการประสานและพัฒนากระบวนการ ยุติธรรม   จึงได้จัดทำโครงการเยาวชนพลยุติธรรมขึ้น    เพื่อพัฒนารูปแบบและแนวทางปลูกฝังจิตสำนึก  ค่านิยมและทัศนคติที่ถูกต้อง รวมทั้งส่งเสริมกิจกรรม การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในเรื่องความเป็นธรรม ความยุติธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต จากการ ดำเนินงานที่ผ่านมา

                    ระยะที่ 1    เป็นโครงการนำร่อง โดยดำเนินงานในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการจำนวน 21 โรงเรียน มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ระดับช่วงชั้นที่ 2 ถึง 4 มีหน่วยงานสนับสนุนหลัก คือ สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึก ค่านิยมและทัศนคติที่ถูกต้อง รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน เน้นกิจกรรมการสร้างองค์ความรู้ด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ความเป็นธรรม ความซื่อสัตย์สุจริตและความสมานฉันท์ สิ่งที่ได้รับจากการดำเนินงานในระยะที่ 1 คือ 1) ได้รูปแบบการดำเนินกิจกรรมที่เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต และยุติธรรม พร้อมทั้งกิจกรรมที่เป็นการส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชนในแต่ละช่วงชั้น 2) ได้โรงเรียนเครือข่ายที่เป็นสมาชิกของโครงการเยาวชนพลยุติธรรม จำนวน 21 แห่ง

                    ระยะที่ 2   ในปีงบประมาณ 2549 ได้นำรูปแบบที่ได้จากการศึกษาผลการดำเนินงานระยะที่ 1 มาพัฒนาการดำเนินกิจกรรมให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และขยายผลไปยัง
4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยคัดเลือกจังหวัดฉะเชิงเทรา เชียงใหม่ อุบลราชธานี และภูเก็ต เป็นจังหวัดตัวแทนและคัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 58 แห่ง การดำเนินงานระยะที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายเบื้องต้นที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน สร้างจิตสำนึกและทัศนคติที่ดีแก่เด็กและเยาวชนในเรื่องความยุติธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต และสร้างเสริมเครือข่ายยุติธรรมชุมชนภายในสถานศึกษา ผลที่ได้รับจากโครงการ ดังนี้
              1) เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาได้แสดงศักยภาพในการค้นหารูปแบบของกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งทำให้เด็กและเยาวชนได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม คือ เด็กและเยาวชนในสถานศึกษามีจิตสำนึกและทัศนคติที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความศรัทธาเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เป็นแกนนำที่สำคัญในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน
              2) เด็กและเยาวชนได้แสดงออกถึงความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม และการนำเสนอบนเวที ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กรู้และเข้าใจความต้องการของตนเองมากยิ่งขึ้น
              3) สถานศึกษาได้รับแนวคิด หรือสื่อการสอนเพิ่มขึ้นสามารถนำกิจกรรมดังกล่าวบรรจุไว้ในสื่อการเรียนการสอน 8 สาระตามหลักสูตรการเรียนการสอนของกระทรวง หรือแทรกกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมประจำโรงเรียนที่ก่อให้เกิดประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง
              4) มีเครือข่ายยุติธรรมกว้างขึ้นไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ครู นักเรียน แกนนำชุมชน และผู้ปกครองเด็กเยาวชนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมได้มีความรู้และความเข้าใจต่อกระบวนการยุติธรรม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม

                    ระยะที่ 3 ได้ขยายพื้นที่ดำเนินงานในสถานศึกษาเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 54 โรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างองค์ความรู้ และพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการสร้างจิตสำนึก และทัศนคติที่ดีในเรื่องความยุติธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตแก่เด็กและเยาวชน ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานทั้งร่วมคิด ร่วมสร้างสรรค์ และร่วมแสดงออกในกิจกรรมต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ สร้างเครือข่ายยุติธรรมชุมชนแก่เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งสามารถขยายครอบคลุมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ สิ่งที่โครงการได้รับจากการดำเนินงานในระยะที่ 3 ได้แก่
              1) โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้มีการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่มากขึ้น เนื่องจากเด็กนักเรียนในกรุงเทพมหานครมีการแข่งขันกันในด้านวิชาการและด้านกิจกรรมค่อนข้างสูง เด็กจึงนำความรู้ความสามารถที่ได้เรียนมาดำเนินกิจกรรม และผสมผสานวัฒนธรรมของไทยกับสากลได้อย่างลงตัว ทำให้เกิดรูปแบบของกิจกรรมที่ทันสมัยและครบองค์ความรู้
              2) เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานทั้งร่วมคิดร่วมสร้างสรรค์ และร่วมแสดงออกในกิจกรรมต่างๆ โครงการฯ พยายามมุ่งเน้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมในทุกขั้นตอน และยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางโดยคำนึงถึงการให้ความสนใจต่อกิจกรรมของนักเรียนเป็นหลักในการส่งเสริมเด็กให้เข้ามามีส่วนร่วมและแสดงออกในกิจกรรม แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบแรกเป็นการผลักดันเด็กนักเรียนในช่วงชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นเด็กเล็ก โดยเปิดโอกาสและให้อิสระนักเรียน คิดสร้างสรรค์ต่อยอดจากสิ่งที่ครูเริ่มต้น จากนั้นให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าตามความสนใจ รูปแบบที่ 2 เป็นการผลักดันเด็กในช่วงชั้นที่ 3 โดยครูจะเป็นพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษาคอยแนะนำการดำเนินงาน รูปแบบสุดท้ายเหมาะสำหรับการดึงเด็กในระดับช่วงชั้นที่ 4 ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นเด็กโต มีศักยภาพสามารถคิดตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง โดยให้นักเรียนเป็นผู้คิดริเริ่มสร้างสรรค์โครงการ/กิจกรรม เขียนโครงการ จัดวางแผนงาน และดำเนินกิจกรรมด้วยตัวเอง และนำเสนอต่อครูที่ปรึกษาหรือโรงเรียน แต่มีครูเป็นที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำและคอยสนับสนุนช่วยเหลือในสิ่งที่นักเรียนร้องขอ เช่น โครงการ BJ Generation (Believe in Justice Generation) โครงการสังคมอุดมสุข โครงการ MFF (Make For Friends) ทำเพื่อเพื่อน โครงการส่งเสริมความรักและสามัคคีภายในโรงเรียน เป็นต้น
              3) การประเมินผลโครงการโดยสร้างเครื่องมือที่เป็นแบบทดสอบเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมนักเรียนทั้ง 3 ช่วงชั้น ได้คะแนนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ทั้งในเรื่องความรู้ด้านกฎหมายเบื้องต้น ทัศนคติด้านความยุติธรรม และการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม และมีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จึงสามารถพิสูจน์ได้ในระดับหนึ่งว่ากิจกรรมตามโครงการเยาวชนพลยุติธรรม สามารถสร้างทัศนคติที่ดีในเรื่องความยุติธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต โดยนำเด็กเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม


                 ระยะที่ 4 ในปีงบประมาณ 2550 ได้ขยายผลการดำเนินงานสู่โรงเรียน ทั่วประเทศ และเนื่องจากได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระชนมพรรษา 80 พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงปรับเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “โครงการเยาวชนพลยุติธรรม เรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระชนมพรรษา 80 พรรษา” มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 80 แห่ง จากการดำเนินงานในระยะที่ 4 พบว่านวัตกรรม และองค์ความรู้สำคัญที่เกิดจากการดำเนินงานโครงการฯ ได้แก่ รูปแบบแนวทางการปลูกจิตสำนึก และทัศนคติที่ดีแก่เด็กและเยาวชน พบว่า โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้มีการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ ที่สามารถผสมผสานวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาคมาประยุกต์ในการทำกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม ทำให้เกิดรูปแบบของกิจกรรมที่น่าสนใจและทันสมัย รูปแบบกิจกรรมที่ได้จากการดำเนินโครงการฯ ครั้งนี้ ได้แก่ รูปแบบการเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม กระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับกฎหมายเบื้องต้น การปลูกจิตสำนึกด้านความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรมแบบอย่างการกระทำความดี การป้องกันอาชญากรรม ฯลฯ

 


                 ระยะที่ 5 ในปีงบประมาณ 2551ได้ขยายเป้าหมายการดำเนินงานให้ครอบคลุมสถานศึกษาทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น โดยเน้นให้แต่ละสถานศึกษามีบทบาทหลักในการดำเนินงานที่มีเยาวชนเป็นศูนย์กลาง นำไปประยุกต์เข้าสู่หลักสูตรการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการได้อย่างเหมาะสม โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างจิตสำนึกและทัศนคติที่ดีในเรื่องความยุติธรรม ความสมานฉันท์ และการป้องกันการกระทำผิดในกลุ่มเด็กและเยาวชน เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ นวัตกรรม เข้าสู่หลักสูตรการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการ จากการดำเนินงานในระยะที่ 5 ทำให้โครงการได้รูปแบบกิจกรรมที่เป็นการสร้างจิตสำนึกและทัศนคติที่ดีในเรื่องความยุติธรรม ความสมานฉันท์ และการป้องกันการกระทำผิดในกลุ่มเด็กและเยาวชน ได้แก่ กิจกรรมบูรณาการเรียนการสอนในกลุ่มสาระวิชา เช่น ช่วงชั้นที่ 3 กิจกรรม ”A-Z รู้ทันคอร์รัปชั่น” เป็นการบูรณาการความรู้เรื่องกฎหมายในวิชาภาษาอังกฤษ และ กิจกรรมเกี่ยวกับความสมานฉันท์ เช่น กิจกรรมเพิ่มพื้นที่ความดีลดพื้นที่ความเสี่ยง โดยหากพื้นที่บริเวณใดมีความเสี่ยง โครงการจะไปรณรงค์ป้องกันการกระทำผิด ส่วนบริเวณไหนเป็นพื้นที่ดีก็ส่งเสริมให้ทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นต้น


                 ระยะที่ 6 ภายใต้ชื่อโครงการ “เยาวชนพลยุติธรรม: รู้กฎหมาย รักสมานฉันท์ สร้างสรรค์สังคมไทย” โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาให้ความสนใจเรียนรู้และทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อปลูกจิตสำนึก ค่านิยมและทัศนคติที่ถูกต้องในเรื่องความยุติธรรมและความสมานฉันท์ รวมทั้งการพัฒนาสุขภาวะทางกายและสุขภาวะทางจิต พัฒนาทักษะชีวิต คุณธรรม จริยธรรม ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อสร้างฐานจำนวนวิทยากร และเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายครู ผู้ปกครอง ชุมชนและบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการและจากสหวิชาชีพในการดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบและจริงจัง รวมทั้งผลักดันให้เป็นนโยบายของรัฐบาลต่อไป สิ่งที่โครงการได้รับจากการดำเนินงาน มีดังนี้
              1) นักเรียนได้ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการดำเนินกิจกรรมตลอดโครงการ
              2) ได้วิทยากรรุ่นเยาว์ โรงเรียนละ 20 คน ซึ่งสามารถเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ไปยังโรงเรียนเครือข่ายได้
              3) ได้คู่มือการถอดบทเรียนการดำเนินกิจกรรมโครงการฯ จำนวน 200 เล่ม
              4) นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ 80 ได้แสดงออกในเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนากาย จิตใจ สังคมและปัญญา
              5) สถานศึกษามีคู่มือเอกสารการดำเนินกิจกรรมโครงการอย่างน้อยโรงเรียนละ 10 เล่ม
              6) มีสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 180 แห่ง เข้าร่วมเป็นเครือข่ายโครงการเยาวชนพลยุติธรรม เพิ่มขึ้นจากเดิม



 
 


โครงการเยาวชนพลยุติธรรม
457/33 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย 10700
โทร.0-2412-3284 , 0-1826-3932 โทรสาร 0-2864-9328
www.powerjustice.com E-mail : powerjustice.com@gmail.com , sinloyma@gmail.com
ติดต่อ webmaster : suphan_tun@hotmail.com