วิสัยทัศน์ "จรัญ ภักดีธนากุล"
กับภารกิจสร้างสังคมยุติธรรม
 

 ออกตัวตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ากระทรวงยุติธรรมว่าการทำหน้าที่ปลัดกระทรวงครั้งนี้ เป็นวาระเฉพาะกิจโดยจะใช้เวลาไม่มากนักเพื่อสะสางปัญหาของกระทรวง รวมทั้งสร้าง "สังคมที่เป็นธรรม" ให้เกิดขึ้นให้ได้

         และบทบาทแรกของ จรัญ ภักดีธนากุล ในหมวกของปลัดกระทรวงยุติธรรม ก็คือการออกมาผลักดันให้ยกเลิกรางวัลแจ๊คพอต "หวยบนดิน" ซึ่งก็สร้างกระแสฮือฮาพอสมควร แม้จะยังไม่สำเร็จในทันที แต่ก็ทำให้เห็น "วิสัยทัศน์" ของเขาในเรื่อง "สังคมที่เป็นธรรม" ซึ่งไม่ได้จำกัดวงเฉพาะในบริบทของการบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น        

ด้วยเหตุนี้ มุมมองของเขาเกี่ยวกับการทำงานและการปรับทัศนคติของผู้คนเพื่อดึงสังคมให้กลับมาสู่แนวทางแห่งนิติธรรม สมานฉันท์ และพอเพียง จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย

         "ประการแรกต้องเริ่มต้นด้วยการสะสางงานเก่าเคลียร์ดินพอกหางหมูออกให้หมดก่อน" จรัญเริ่มต้นที่การทำงานในกระทรวง "แต่ว่าการล้างงานที่ติดลบอยู่ในหมดไปนี้ ผมอยากจะเน้น Priority (สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นก่อน) คือเรื่องที่ประชาชนเขาเดือดร้อน เรื่องที่ประเทศชาติเสียหายนี่ต้องทำก่อนเรื่องอื่นเลย"

          "ยกตัวอย่างคดีอุ้มฆ่าคุณสมชาย นีละไพจิตร ประเทศไทยตกเป็นจำเลยของโลก พฤติกรรมของบุคลากรที่นอกลู่นอกทางเหล่านี้ ถือว่าทำลายสถาบัน ทำลายกระบวนการยุติธรรม ทำลายประเทศไทยในเวทีโลก แล้วเราก็ยังติดค้างอยู่ ยังทำอะไรไม่ได้ นี่เสียหายมาก ฉะนั้นต้องรีบสะสางให้ความกระจ่าง จะลูบหน้าปะจมูกเพราะเห็นใจคนใดคนหนึ่งไม่ได้ หลักการเป็นอย่างนี้"

          ส่วนงานใหม่ที่ จรัญ เน้นเป็นพิเศษนั้น คืองาน "คืนคนดีให้กับสังคม" ซึ่งเขาเห็นว่ากระทรวงยุติธรรมมีกลไกที่สามารถแก้ไขคนที่ทำผิดพลาดแล้ว ให้กลับเป็นคนดีสู่สังคมอยู่หลายระบบ อาทิ เช่น กรมคุมประพฤติ หรือกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

          "บางคนอาจจะมองว่าไม่อยากไปหวังอะไรกับเด็กพวกนี้ จะลงทุนอะไรกับเด็กพวกนี้ก็คงไม่ได้ผลคืนมาเท่าไร แต่ผมมองว่าอันนั้นเป็นการดูแคลนศักยภาพของมนุษย์เกินไป เพราะถือแม้เราจะไม่สามารถทำให้เขากลายเป็นเพชรได้ แต่แค่ทำให้เขาไม่เป็นสารพิษหรือวัตถุระเบิดแก่สังคม ก็เป็นประโยชน์อย่างมหาศาลแล้ว ฉะนั้นเราจะลงทุนกับการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่ผิดพลาด เพื่อให้เป็นคนดีกลับคืนสู่สังคมให้ได้"

          งานอีกส่วนหนึ่งที่ส่งผลโดยตรงกับนโยบายนี้ คือ งานของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งจรัญบอกว่าต้องเปลี่ยนระบบคิดใหม่ คำว่า "ราชทัณฑ์" ไม่ได้แปลว่าการลงทัณฑ์โดยพระราชา แต่ต้องแปลว่า การบำบัดแก้ไข ให้โอกาส และพัฒนากลับตัวกลับใจแก่ผู้กระทำผิดอีกครั้ง ถือเป็นโอกาสที่ได้รับพระราชทานจากพระราชา

          "งานของเรา คือ รักษาคนที่มีพฤติกรรมผิดพลาด เอากลับมาแก้ไขฟื้นฟูให้ได้ แล้วค่อยคืนกลับเป็นคนดีให้สังคม ถ้าเราทำงานนี้ได้มากเท่าไร สังคมก็จะได้รับประโยชน์จากกระบวนการยุติธรรมที่แสนแพงมากเท่านั้น และเราก็จะปลอดภัยมากขึ้นด้วย สังคมลงทุนให้เรามาก ปีหนึ่ง ๆ ใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาท ถ้าเราทำสิ่งนี้ให้กับสังคมได้ มันก็จะพอคุ้ม"

          นโยบายที่ต่อเนื่องจากการ "คืนคนดีสู่สังคม" นั้น จรัญ บอกว่า ได้แก่ งานทางด้านการป้องกันอาชญากรรมตั้งแต่ต้นทาง โดยเริ่มที่บ้านที่ครอบครัว ที่ชุมชน สถาบันศาสนา สถานศึกษา แล้วก็เน้นให้ความสำคัญไปที่เด็กและเยาวชน เน้นเรื่องของสัมมนาทิฐิ เน้นเรื่องของพฤติกรรมที่ปลอดภัย วิถีชีวิตที่ปลอดภัย แล้วให้เยาวชนได้รู้และเข้าใจ

          "ถ้าเด็กมัธยมอายุ 13 - 15 ปี ได้รู้ว่าการไปแย่งชิงเอาหัวเข็มขัด หรือเอาปากกาดินสอจากนักเรียนอีกโรงเรียน เพื่อแสดงความเก่งกล้านั้น เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ถ้าทำ 3 คน มันปล้นทรัพย์ มันโทษหนักถึงจำคุกตลอดชีวิตได้ เขาอาจจะไม่ทำ นี่คือ มาตรการป้องกัน ซึ่งแม้เราจะทำคนเดียวไม่ได้ แต่เราก็สามารถเป็นแนวร่วมหรือเป็นผู้สนับสนุนให้หน่วยงานที่รับภารกิจนี้โดยตรงได้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงศึกษาธิการ ก็ตาม"

           น่าสนใจ แนวคิดการป้องกันอาชญากรรมตั้งแต่ต้นทาง สอดคล้องกับโครงการนำร่องยุติธรรมชุมชน ที่กระทรวงกำลังกระตุ้นและเสริมพลังให้ชุมชนต่าง ๆ ทั่งประเทศได้มีบทบาทดูแลชุมชนของตนเอง ทั้งการป้องกันอาชญากรรม และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นภายในชุมชน

          "ผมเห็นด้วยเต็มที่ เพราะเป็นประโยชน์ทั้งแก่คนในกระบวนการยุติธรรมเอง เป็นประโยชน์ต่อชุมชน เป็นประโยชน์ต่อสังคมและเป็นประโยชน์ต่อคู่กรณีที่พิพาทกัน ผมคิดว่ามันน่าจะได้รับการสนับสนุนในระดับที่เป็นวาระแห่งชาติ เลยด้วยซ้ำ"

          "บางคนบอกว่าวิธีนี้เป็น Win-Win Solution หรือทางออกที่ชนะด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย แต่ผมบอกว่ามันเป็น Win-Win-Win Solution ต่างหาก คือ ฝ่ายคู่กรณีก็ได้รับความพึงพอใจและฝ่ายสังคม ฝ่ายบ้านเมือง ฝ่ายกระบวนการยุติธรรมก็พลอยได้รับชัยชนะไปด้วย สิ่งที่ผมอยากเสนอก็คือ ยุติธรรมชุมชนช่วยกรุณาบุกในด้านการลดละอบายมุขให้กับคนในชุมชนด้วย เพราะว่าอบายมุขมันสนุก มันอร่อย แต่มันเสาะท้อง
ผลสุดท้ายมันจะนำไปสู่ปัญหาของตัวเอง ปัญหาการเงิน และครอบครัว แล้วก็เป็นเงื่อนไขไปสู่การประกอบอาชญากรรม"

         ทั้งหมดนี้ คือ แนวคิดและภารกิจที่สำคัญของปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ชื่อ จรัญ ภักดีธนากุล

 
บทความจากคอลัมน์ "เกาะกระแสการเมือง"
น.ส.พ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับประจำวันที่ 25 ตุลาคม 2549
 
 


โครงการเยาวชนพลยุติธรรม
457/33 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย 10700
โทร.0-2412-3284 , 0-1826-3932 โทรสาร 0-2864-9328
www.powerjustice.com E-mail : powerjustice.com@gmail.com , sinloyma@gmail.com
ติดต่อ webmaster : suphan_tun@hotmail.com